เอาอีกแล้ว..นักเรียนตะลุมบอนใช้ปืนมีดเจ็บทั้งสองฝ่าย | เรื่องเด่นทันเหตุการณ์ รู้ทันข่าว อัพเดทข่าวสาร

เอาอีกแล้ว..นักเรียนตะลุมบอนใช้ปืนมีดเจ็บทั้งสองฝ่าย


วันนี้ ( 14 มิ.ย.) พ.ต.ท.มนัส  นิลกลัด  พนักงานสอบสวนสบ.3 สภ.เมืองนนทบุรี  รับแจ้งเหตุนักเรียนช่างกลยกพวกตีกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย  บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างเมเจอร์ตรงข้ามตลาดนนทบุรี  ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดพร้อมรายงานให้พ.ต.อ.ชาญศิริ  สุขรวย  ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์  เดชโชติพิสิฐ  รอง.ผกก.สส.
ที่เกิดเหตุพบกองเลือดหลายกองส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งรพ.พระนั่งเกล้าและรพ.ชลประทานไปก่อนหน้านี้แล้ว  ทราบชื่อต่อมาคือนายเอ  อายุ 17 ปี  ถูกยิงที่ชายโคลงขวา 1 นัด อาการสาหัส  นายบี  อายุ 15 ปี ถูกฟันที่มือขวา นายซี  อายุ 17 ปี ถูกฟันที่มือซ้าย รักษาตัวที่รพ.พระนั่งเกล้า ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน (ใช้นามสมมุติทั้งหมด )
นอกจากนี้ยังมีนายดี   อายุ 17 ปี ถูกยิงที่ท้อง 2 นัด แขนขวา 1 นัด นายเอฟ อายุ 16 ปี ถูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่หลัง 5 นัด  นายเค  อายุ 17 ปี ถูกฟันที่ศรีษะ  อาการสาหัสทั้ง 3 ราย  ทั้งหมดเป็นนักเรียนสถาบันเทคโนโลยีเดียวกัน ( ใช้นามสมมุติทั้งหมด)
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีกลุ่มนักเรียน 4-5 คนมายืนจับกุมรอรถเมล์ตรงที่เกิดเหตุ จนกระทั้งมีรถเมล์ไม่ทราบสายวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุนักเรียนบนรถกว่า 20 คนที่ลงจากรถเข้าตะลุมบอนตีกัน  โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ใช้อาวุธทั้งมีด  ไม้และปืนที่เตรียมมายิ่งใส่กันประมาณ 10 นาที  ถึงจะแยกย้ายกันหลบหนีโดยต่างฝ่ายต่างพาเพื่อนที่บาดเจ็บไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิทยุสกัดตามเส้นทางที่ชาวบ้านบอกจนสามารถจับกุมนักเรียนนักเลงทั้งสองโรงเรียนได้ทั้งหมด 16 คน จึงควบคุมตัวกับมาสอบสวนต่อที่สภ.เมืองนนทบุรี
จากการสอบสวนนักเรียนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ยกพวกเข้าตะลุมบอนกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายจริง  ส่วนสาเหตุมาจากอยู่โรงเรียนคนละสถาบันกันโดยต่างฝ่ายก็อ้างว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานักเรียนนักเลงทั้งหมดร่วมกันก่อความชุลมุนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส  ร่วมกันทำร้ายร่างกาย  มีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและหากตรวจสอบคราบเขม่าดินปืนว่ามีติดอยู่ที่ใครก็จะแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง

แหล่งข่าว : dailynews.co.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Copyright 2011 เรื่องเด่นทันเหตุการณ์ รู้ทันข่าว อัพเดทข่าวสาร