วันนี้ (12 มิ.ย.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพื่อชมการสาธิตการปฏิบัติการศูนย์บัญชาการกลาง (Single Command Center) จากทำเนียบรัฐบาล และรับฟังการบรรยายการบริหารระบบน้ำทั่วประเทศ โดยนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สถานการณ์การรับมือตอนนี้ถือว่าดีอยู่แล้ว เพราะปริมาณน้ำฝนไม่เพิ่มกว่าที่คาดการณ์ ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีประมาณ 3.7 หมื่นล้านลบ.ม. น้อยกว่าปีที่แล้ว 2 เปอร์เซ็นต์
สำหรับปริมาณน้ำที่จะมาในกรณีที่หนักสุด คือ 2.8 หมื่นล้านลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย ซึ่งต้องมีการผันลงคลองธรรมชาติโดยเร็วที่สุด โดยยังรับได้ แม่น้ำเจ้าพระยามีโอกาสที่เกิดน้ำล้นได้ในพื้นที่เป็นฟันหลอ ตนจึงขอเสนอให้เปิดประตูระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา
ด้านนายรอยล จิตรดอน กรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) กล่าวว่า เขื่อนป่าสักบริหารยากสุด เพราะค่าเฉลี่ยของน้ำที่ไหลเข้ามา 3 พันล้านลบ.ม.โดยเฉลี่ย แต่ครั้งนี้จะดูความรุนแรงอีกทีว่าฝนเหนือเขื่อนป่าสักเป็นอย่างไร ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่ามีโอกาสเกิดไต้ฝุ่นระดับ 2 ส่งผลต่อภาคอีสาน รวมถึงจ.แพร่ และน่าน ปริมาณน้ำในตอนนี้ ภาคเหนือน้ำไหลเข้า 2.6 หมื่นล้านลบ.ม. ภาคอีสานมีน้ำมากกว่าและสูงกว่าปีที่แล้ว สิ้นเดือนนี้จะมีพายุเข้ามา ภาคตะวันตกยังไม่น่ากลัว แต่อาจจะมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนภาคใต้นั้น จากปริมาณน้ำฝนในช่วง 2 สัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีน้ำเพิ่มขึ้น เข้าเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มีประมาณ 122.27 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ทั้งที่ตามปกติ น้ำในภาคใต้จะเข้าเขื่อนมากในเดือน ส.ค. แต่ปีนี้ถือว่าเปลี่ยนไปมาก
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นการนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ สั่งการ และเตือนภัย ฝากโจทย์ให้กระทรวงมหาดไทยปรับระบบการเตือนภัยประชาชนภายใน 3 ชั่วโมงเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งรวมถึงการจัดเตรียมที่พัก และการอพยพ ถ้าเริ่มเก็บตัวเลขทั้งระบจะรู้ว่าที่ใดขุดลอกคูคลองไปแล้วบ้าง การระบายน้ำทำได้ แต่อาจมีน้ำแช่ขังบ้าง อยากให้กบอ.ประเมินในสถานการณ์ที่แย่ที่สุดเพื่อให้เห็นว่าจะเป็นอย่างไร มีการเตรียมการไว้เป็นกรณีสำรอง สอบถามเรื่องปริมาณน้ำในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไรเพื่อใช้เป็นข้อมูลแจ้งต่อประชาชน ครั้งนี้สบายใจขึ้นมาก เพราะโจทย์ที่ฝากไปได้มีการดำเนินการ และถือว่าเรามีข้อมูลชัดเจน ไม่ใช่ข้อมูลจากหน้ากระดาษเหมือนในปีที่แล้ว ซึ่งตนขอขอบคุณและขอชื่นชม นอกจากนี้ขอให้มีการนำข้อมูลต่างๆมารวมกันแล้วมีการวิเคราะห์เพื่อใช้ในการแจ้งต่อประชาชน รัฐบาลมีความต้องการใหเประชาชนเกิดความสบายใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล และการมีข้อมูลที่ถูกต้องจะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างฉับพลัน การทำงานครั้งนี้ของแต่ละหน่วยงานถือว่าดีกว่าครั้งที่แล้ว.
แหล่งข่าว : dailynews.co.th
