จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยันทำเต็มที่ทุกวิถีทางแล้ว แจงติดแง่กฎหมายลิขสิทธิ์ “วรวัจน์” จี้ขอสัญญายูฟ่า ขู่ตกลงไม่ได้เจอเล่นทั้งแพ่งและอาญา เรียกทุกฝ่ายถกอีกครั้งที่ทำเนียบ ดึงดีเอสไอร่วมสอบด้วย...
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ห้องประชุม 3401 อาคารรัฐสภา 3 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร มี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน เพื่อพิจารณากรณีปัญหาการถ่ายทอดสดฟุตบอลแห่งชาติยุโรป(ยูโร 2012) โดยมี นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ร่วมเข้ารับฟังด้วย ซึ่งได้เชิญพ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) นายเกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยนายนิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม นายมานพ โตการค้า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีเอ็ม จำกัด นายวรชัย พิจารณจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสาย Commercial บมจ.ทรู วิชั่นส์ นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด และตัวแทนจากบริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด มาชี้แจง อย่างไรก็ตาม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ร่วมสังเกตการณ์ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามตัวแทนบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท ว่า กรณีนี้เป็นเรื่องธุรกิจที่เอาประชาชนเป็นตัวประกัน ซึ่งไม่ชอบและไม่ควร ที่บอกว่าไม่สามารถให้สัญญาณต่อได้นั้น ก็ไม่ใช่ แต่ต้องให้ตามความยินยอมของทางยูฟ่า ไม่แน่ใจว่าถ้าบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท ไม่ยอมทำตามมติ กสทช.แล้ว จะไม่ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมในอนาคตได้หรือไม่ และสำหรับบริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง และบริษัท ไอพีเอ็ม ทั้งสองบริษัทยืนยันว่าไม่ใช่เพย์ทีวี ดังนั้น ทางจีเอ็มเอ็มฯ จะให้สัญญาณได้หรือไม่ โดยนายเดียว ได้ชี้แจงยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายลิขสิทธิ์จริงๆ มีการระบุไว้ในสัญญาว่าเราไม่มีอำนาจที่จะให้สิทธิ หรือโอนสิทธิให้กับใคร ส่วนกรณีของช่อง 3-5-9 นั้น ได้ขออนุญาตทางยูฟ่าแล้ว ขณะที่กรณีของบริษัท เคเบิลไทย โฮลดิ้งฯ หรือซีทีเอช นั้น ชัดเจนว่ามีพื้นที่ครอบคลุมโครงข่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และทางยูฟ่าก็อนุญาตแล้ว แต่นายศิริโชคยังคงพยายามขอหนังสือการทำสัญญาระหว่างบริษัท จีเอ็มเอ็ม แซทฯ กับยูฟ่าด้วย แต่ตัวแทนบริษัท จีเอ็มเอ็มแซท ชี้แจงว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นความลับและต้องถามทางยูฟ่าก่อน
นายเดียว ยังชี้แจงอีกว่า ปัญหาจอดำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย จีเอ็มเอ็มฯ ยืนบนพื้นฐานทำทุกอย่างตามกรอบการที่สังคมมากดดันเราก็ไม่สนุก หากจะมองว่าสิ่งที่จีเอ็มเอ็มฯ ทำวันนี้ผิดมหันต์ เรายังไม่ยอมรับในข้อนั้น และคงต้องชี้แจงและอุทธรณ์ในหลายๆ ประการ ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นอยู่ใน 3 บริบท คือ เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ เรื่องธุรกิจ และเรื่องเทคโนโลยี สำหรับบริษัท ไอพีเอ็ม เป็นการออกอากาศผ่านดาวเทียมที่ไม่ใช่ดาวเทียมไทยคม และเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับจีเอ็มเอ็มฯ จึงทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจกันได้ แต่ถ้าบริษัท ไอพีเอ็ม จะมาช่วยแชร์ในเรื่องค่าลิขสิทธิ์เราก็ยินดีที่จะเจรจา วันนี้เรายินดีเจรจา แต่ต้องขึ้นกับทางยูฟ่าด้วย เพราะถ้ายูฟ่าไม่อนุญาต เราก็ไม่สามารถทำได้ ไม่เช่นนั้นเราก็อาจจอดำกันทั้งประเทศ นี่คือข้อจำกัด แต่ถ้าประธานกรรมาธิการ มีข้อแนะนำอะไรให้เรา ก็พร้อมจะดำเนินการตาม
ด้านตัวแทนบริษัท ทรู วิชั่นส์ ชี้แจงว่า เราเชื่อมั่นว่า ฟรีทีวีคือของสาธารณะที่ใครชมก็ได้ถือเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งรายการใดที่ทรูวิชั่นส์ ส่งให้ฟรีทีวีไปแล้ว จากนั้นจะนำไปดำเนินการใดต่อเราไม่เคยขัดข้อง ดังนั้น กรณีนี้ ทรูวิชั่นส์ พร้อมดำเนินการทุกวิถีทางสำหรับคำตอบของทางยูฟ่าที่ไม่อนุมัติให้ เพราะเป็นเพย์ทีวีนั้นถือเป็นการตอบคนละประเด็น เพราะเราร้องขอในหลักการที่ว่าเป็นการช่วยฟรีทีวีเผยแพร่ภาพ และเราพยายามหาทางออกตลอดเวลาเกี่ยวกับการที่ไม่ต้องขอทางยูฟ่า อาทิ เรื่องการให้เช่ากล่องกับทรูวิชั่นส์ แต่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้ ทรูวิชั่นส์ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นหากมีใครช่วยเจรจากับทางยูฟ่าได้ เราก็ยินดี ซึ่งอาจต้องให้ภาครัฐเข้ามาร่วมมือด้วยเพื่อให้เป็นมาตรฐานในภายหน้าต่อไป
ส่วนนายชาดา กล่าวว่า ตนมองว่าผู้บริหารของ ทรูวิชั่นส์ กับจีเอ็มเอ็ม แซท นั้นรู้กันหรือไม่ เพราะทาง จีเอ็มเอ็ม แซท สามารถขายกล่องสัญญาณในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นได้ ดังนั้นจีเอ็มเอ็ม แซท จึงควรเอาสัญญาที่ทำกับยูฟ่ามาเปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะที่ทางทรูฯ จะอ้างว่าเป็นฟรีทีวีคงไม่ได้ เพราะเมื่อลูกค้าไม่จ่ายเงินค่าบริการรายเดือน ท่านก็ตัดสัญญาณดังนั้น ทรูฯ จึงควรต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าด้วยการที่ทรูฯ ไม่ยอมประมูลแข่งตั้งแต่แรก ไม่แน่ใจว่าเป็นการรู้กันหรือไม่
ขณะที่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า ฟังแล้วก็พอเห็นข้อสรุป ดังนั้น จีเอ็มเอ็มฯ ควรทบทวน เพราะหากนำเข้าพิจารณาใน สคบ. ตรงนั้นจะมีทั้งโทษจำคุกและการปรับเงินด้วย เรื่องนี้ผู้บริโภคก็เรียกร้องให้ดำเนินการ และเมื่อคณะกรรมาธิการถามหาสัญญาที่ทำกับยูฟ่า แต่ท่านกลับบอกว่าให้ไม่ได้ ตนก็ขอใช้อำนาจขอเรียกเอกสารสัญญาดังกล่าว และขอเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดประชุมร่วมกันในวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งท่านจะเชิญผู้บริหารของท่านมาประชุมด้วยก็ได้ เพื่อจะได้หาข้อสรุปทั้งหมดร่วมกัน และหากหาข้อสรุปไม่ได้ ก็คงต้องดำเนินการทางกฎหมายกันต่อไป กระทั่งเวลา 12.30 น.ร.ท.ปรีชาพล ได้สั่งพักประชุม 30 นาที และขอให้ผู้เกี่ยวข้องไปประชุมลับที่ห้องประชุมกรรมาธิการ 1 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 1
จากนั้นเวลา 13.30 น. ร.ท.ปรีชาพล ได้แถลงว่า หลังจากหารือเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ทางกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อจำกัดและทราบถึงความจำเป็นของแต่ละฝ่าย ทั้งทางเทคนิค ทางลิขสิทธิ์ หรือทางกฎหมาย ซึ่งกรรมาธิการฯ จะให้เวลาภาคธุรกิจได้ไปหารือกัน แม้ว่าทางเลือกจะมีไม่มากนัก แต่ก็อยากให้พิจารณาในทุกทางเลือก ซึ่งทางจีเอ็มเอ็มพีเอสไอ ไอพีเอ็ม และทรูฯ ก็รับข้อเสนอของกรรมาธิการฯ และนายวรวัจน์ไปพิจารณาโดยหลักๆ ที่คุยกันคือให้ไปคุยกันในเรื่องของข้อกฎหมายลิขสิทธิ์ ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้ผู้ที่จะเจรจากันไม่มีใครที่ได้ 100% หรือเสีย 100% แต่อยากให้ไปคุยกันเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ยืนยันว่าการพูดคุยกันไม่ใช่การให้สิทธิ์เฉพาะทรูฯ ที่จะถ่ายทอดได้ แต่เราดูสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนที่ดูจากทุกช่องทาง ดังนั้น จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะทรูฯ อย่างเดียว และต้องได้ข้อสรุปทั้งหมดจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนมาตรการนั้นมีการเตรียมการไว้แล้ว หากไม่สามารถเจรจากันได้
นายวรวัจน์ กล่าวว่า หลังจากรับฟังทุกฝ่าย วันที่ 15 มิ.ย.นี้ น่าจะพูดคุยกันได้ ถ้าเจรจากันได้ก็จบ แต่ถ้าไม่ได้ก็จะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา โดยจะเชิญดีเอสไอมาร่วมประชุมด้วย เพราะหากมีการฟ้องร้องก็จะส่งเรื่องนี้ให้เป็นคดีพิเศษทางเศรษฐกิจ ส่วนหนังสือสัญญาที่ทางจีเอ็มเอ็มฯ ต้องการให้รัฐบาลออกเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อส่งให้กับทางยูฟ่านั้นจะเป็นหนังสือที่ออกในนามของ สคบ. เพื่อเป็นการยืนยันถึงข้อเรียกร้องในสัญญา ว่าสัญญาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างไรบ้าง ขณะที่นายเดียว กล่าวว่า ทางจีเอ็มเอ็มฯ จะรอหนังสือจากรัฐบาลก่อนเพื่อนำเรื่องนี้ส่งเป็นเรื่องด่วนเพื่อให้ทางยูฟ่าพิจารณาอีกครั้ง หากยูฟ่าตัดสินใจอย่างไร ก็จะนำมาเรียนต่อที่ประชุมยืนยันว่าเราทำดีที่สุดแล้ว เรารักษาสัญญา แต่รัฐบาลอยากให้มีการเจรจากันขึ้น ส่วนการเจรจาระหว่างบริษัทนั้นคงไม่จำเป็นอีก เพราะมีการพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งนี้ หากทางยูฟ่ารับรู้แล้วให้เราสามารถดำเนินการตัดสินใจกันเองได้ก็คงจะง่าย แต่ถ้าไม่ใช่ก็คงต้องถามรัฐบาลด้วยว่า จะช่วยเรารับผิดชอบอย่างไรหรือไม่ หากจะให้ได้ข้อสรุปในวันพรุ่งนี้.
แหล่งข่าว : thairath.co.th
