วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เรื่องการรับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามให้พรรคเพื่อไทยแตกคอกับคนเสื้อแดงว่า โดยส่วนตัว ตนไม่ได้รับมือ เพราะใครจะไปเชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โธ่พ่อคุณทูนหัว เป็นไปได้อย่างไรจะเอาพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมกับพรรคเพื่อไทย เป็นไปไม่ได้ วันที่ 28 มิ.ย.นี้ ตนจะปราศรัยวงเวียนใหญ่ ก็มาฟังกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายอย่างไร พ.ร.บ.ปรองดองมีที่มาที่ไปอย่างไร การแก้ไขปัญหายาเสพติดคืบหน้าไปแค่ไหน ไม่ใช่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยเป็นพรรคเดียว สมัยก่อนปี 2526 ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เขานั่งรินน้ำเย็นให้ตนทั้งนั้น เพราะตนเป็นคนปราศรัยให้
“ส่วนในเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยบ่อยในช่วงนี้ ทำให้คะแนนในกทม.ของพรรคเพื่อไทยตกไปนั้น ขอบอกเลยว่า คะแนนเราเป็นรองเขาอยู่แล้วในกทม. แต่การปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำให้คะแนนเราตกลงไปมีแต่จะดีขึ้น ส่วนต่างจังหวัดหากเขาจะไปปราศรัยเราคงไปห้ามเขาไม่ได้ปล่อยให้เขาไปเลย จะปราศรัยทำไมแค่ใน กทม.และภาคใต้ ไปภาคเหนือกับภาคอีสานบ้างสิ” รองนายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึง ความคืบหน้าเงินของภรรยานักการเมืองหมุนเวียน 520 ล้านบาท ว่า คืบหน้าสิ จะไม่คืบหน้าได้อย่างไร เดี๋ยวจะขอข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ใครที่ทำผิดจะยืนอยู่ในสังคมอย่างสง่างามไม่ได้ ต้องซวนเซ แล้วอย่ามาบอกว่าเป็นเรื่องการเมือง ตอนตนเป็นฝ่ายค้านตนก็วิจารณ์รัฐบาลแรงๆโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แล้วมาทำอะไรตนได้ เพราะตนไม่มีตำหนิให้มาทำอะไรตนได้ ถ้าเราไม่มีตำหนิก็ทำไม่ได้ ถ้ามีตำหนิก็เก็บเสื่อเก็บหมอนไป
“เงิน 520 ล้าน โอนเข้าบัญชีภายใน 9 เดือน ตั้งแต่ ก.ย. 54 – พ.ค.55 ตกเดือนละประมาณ 57 ล้าน พอโอนออกมาดูผิวเผินว่าเงินมาจากตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี ถ้าย้อนกลับไปดูสเตปที่ 1. เอาเงินมาจากไหน 2. ซื้อหุ้นตัวไหน 3 .โบรกเกอร์โอนเงินเข้าบัญชีใคร อย่ามาดูปลายทางต้องดูต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตอนนี้เอาแค่หลักฐานในมือก่อน ใครทำอะไรไม่ดีก็ลำบากหน่อย หมั่นสวดมนต์หนักจะได้เป็นเบา และผมยืนยันว่าไม่ใช่การเมือง เพราะการเมืองเกลียดให้ตายจะไปทำอะไรใครได้ ถ้าไม่ทำอะไรผิด แต่ถ้าทุจริต คอรัปชั่นก็รับไปเต็มๆ”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ส่วนในเรื่องที่นายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุมครม.ให้ตรวจสอบเรื่องการจำนำข้าว ทุจริตงบท้องถิ่นและงบเยียวยา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นายกฯมอบให้ตนมาดูแลเรื่องนี้ เพราะป.ป.ช.ส่งเรื่องมา ที่นายกฯเขาตั้งข้อสังเกต หากพบว่าทุจริตก็เอาเข้าคุก ซึ่งได้เชิญ ดีเอสไอ รองผบ.ตร. มาพบตอนเที่ยง พอรับงานมาตนก็ทำทันที ใครที่ทำผิดก็ติดคุก คนที่คิดจะทำก็เลิกซะ นายกฯเอาจริงแน่นอนในเรื่องนี้.
แหล่งข่าว : dailynews.co.th
