วันนี้ ( 12 มิ.ย. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า ผลการสำรวจโดยบริษัทวิจัย เมอร์เซอร์ กรุ๊ป ของสหรัฐ ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ครองแชมป์เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ ขณะที่วิกฤตหนี้สินในกลุ่มยูโรโซนส่งผลให้ค่าครองชีพของเมืองใหญ่ในทวีปยุโรปหลายเมืองลดต่ำลง
โดยอันดับ 2 ตกเป็นของกรุงลูอันดา ของแองโกลา แชมป์เก่า ตามด้วยเมืองโอซากา ของญี่ปุ่น กรุงมอสโก ของรัสเซีย และเมืองเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ ในอันดับที่ 3-5 ตามลำดับ ส่วนเมืองที่มีค่าครองชีพถูกที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ ได้แก่ เมืองการาจี ของปากีสถาน ซึ่งถูกกว่ากรุงโตเกียวกว่า 3 เท่า
อย่างไรก็ตาม ภาวะวิกฤตหนี้สินของบรรดาประเทศสมาชิกกลุ่มยูโรโซน ทำให้หลายเมืองใหญ่ในยุโรปอยู่ในอันดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น อาทิ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตกลงมา 10 อันดับ อยู่อันดับที่ 37 กรุงโรม ประเทศอิตาลี หล่น 8 อันดับ ลงมาอยู่ที่อันดับที่ 42 และกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ หล่นฮวบ 24 อันดับ อยู่ในอันดับที่ 77 ส่วนอีกหนึ่งเมืองใหญ่ของทวีปยุโรปอย่างกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตกลง 7 อันดับจากอันดับที่ 18 เมื่อปีที่แล้ว มาอยู่ในอันดับที่ 25 สวนทางกับเมืองใหญ่ของออสเตรเลีย อย่างแอดิเลด ที่ทะยานขึ้น 19 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 27
ทั้งนี้ เมอร์เซอร์ กรุ๊ป จัดทำการสำรวจดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้แก่บริษัทในการจัดสวัสดิการต่างๆให้กับพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติ เปรียบเทียบจากรายการสินค้าและบริการ 200 ชนิด ใน 214 เมือง โดยอาศัยนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ เป็นฐานอ้างอิง
แหล่งข่าว : dailynews.co.th
